Friday, July 31, 2009
FTTN, FTTC, FTTB และ FTTH = FTTx
· Fiber To The Node (FTTN) หรือ Fiber To The Cabinet (FTTCab) บางครั้งอาจเรียกว่า Fiber To The Neighborhood เป็นการวางสายใยแก้วนำแสงจากชุมสายโทรศัพท์ไปสิ้นสุดยังตู้กระจายสัญญาณโทรคมนาคม (Cabinet) จาก นั้นจึงทำการกระจายสัญญาณผ่านคู่สายโคแอกเชียลไปยังที่พักอาศัยของผู้ใช้ บริการแต่ละราย ในทางปฏิบัติจะมีการติดตั้งคู้กระจายสัญญาณโดยพิจารณาให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ ใช้บริการเป้าหมายภายในรัศมี 1,500 เมตร อย่างไรก็ตามหากรัศมีการกระจายสัญญาณของตู้กระจายมีระยะทางต่ำกว่า 300 เมตร ก็จะเรียกสถาปัตยกรรมนี้ว่า Fiber To The Curb (FTTC) ทั้งนี้ผู้ให้บริการสามารถเลือกให้บริการสื่อสารแบบบรอดแบนด์ระหว่างตู้ กระจายสัญญาณกับผู้ใช้บริการ โดยอาศัยโพรโทคอลได้หลากหลายประเภท เช่น Broadband Cable Access ตามมาตรฐาน Data Over Cable Service Interface Specification (DOCSIS) รวมถึงการให้บริการตามมาตรฐาน DSL ทั่วไป สถาปัตยกรรมแบบ FTTN นี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์จากคู่สายโคแอกเชียลหรือแม้กระทั่งสายทอง แดงที่มีการติดตั้งใช้งานอยู่แต่เดิมให้ได้มากที่สุด เป็นการลดต้นทุนในการรื้อเปลี่ยนโครงข่ายกระจายสัญญาณใหม่ แต่ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีอัตราเร็วในการรับส่งข้อมูลไปยังผู้ใช้บริการ ต่ำสุดเมื่อเทียบกับบรรดาเทคโนโลยีในกลุ่ม FTTx ทั้งหมด ทั้งนี้เนื่องจากเป็นการพึ่งพาขีดความสามารถที่มีอยู่จำกัดของคู่สายกระจายที่มีแต่เดิมนั่นเอง
· Fiber To The Curb (FTTC) บางครั้งมีชื่อเรียกว่า Fiber To The Kurb (FTTK) เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความแตกต่างจาก FTTN ตรงที่มีการติดตั้งตู้กระจายสัญญาณไว้ใกล้กับกลุ่มผู้ใช้บริการมาก (โดยทั่วไปนิยามไว้ที่ระยะห่างจากกลุ่มผู้ใช้บริการไม่เกิน 300 เมตร) และเนื่องจากยังคงเป็นการใช้ประโยชน์จากคู่สายทองแดงและสายโคแอกเชียลที่มี อยู่แต่เดิมในการกระจายรับส่งสัญญาณไปยังผู้ใช้บริการปลายทาง แม้จะย่นระยะห่างระหว่างตู้กระจายสัญญาณกับผู้ใช้บริการให้ใกล้เข้ามากว่า สถาปัตยกรรม FTTN แต่สถาปัตยกรรมแบบ FTTC ก็ยังคงมีข้อจำกัดในแง่ของอัตราเร็วในการสื่อสารอันเนื่องจากคุณลักษณะของ คู่สายกระจายสัญญาณอยู่ เพียงแต่มีโอกาสที่จะให้บริการได้ด้วยอัตราเร็วที่เหนือกว่า FTTN
· Fiber To The Home (FTTH) และ Fiber To The Building (FTTB) ซึ่งทั้ง 2 สถาปัตยกรรมมักได้รับการเรียกชื่อรวมๆ กันว่า Fiber To The Premise (FTTP) ล้วนเป็นการใช้ประโยชน์จากการวางสายใยแก้วนำแสงจากชุมสายโทรศัพท์ตรงไปสิ้น สุดยังอาคารที่พักอาศัยหรืออาคารสำนักงาน เพื่อลดการเชื่อมต่อกับคู่สายทองแดงหรือโคแอกเชียลที่มีอยู่แต่เดิมโดยสิ้น เชิง ทั้งนี้เน้นให้ใช้ประสิทธิภาพของการรับส่งข้อมูลอัตราเร็วสูงผ่านคู่สายใย แก้วนำแสงให้ได้มากที่สุด โดยข้อแตกต่างระหว่างเทคโนโลยี FTTH และ FTTB อยู่ที่ตำแหน่งของจุดกระจายสัญญาณ ซึ่ง FTTP จะติดตั้งตู้กระจายสัญญาณไว้ ณ จุดใดจุดหนึ่งภายในอาคาร จากนั้นจึงกระจายสัญญาณผ่านสายโคแอกเชียลไปยังผู้บริโภคแต่ละรายภายในอาคาร ในขณะที่สถาปัตยกรรมแบบ FTTH จะแยกกระจายคู่สายใยแก้วนำแสงไปยังห้องหรือตำแหน่งใช้งานของผู้บริโภคแต่ละราย ซึ่งภายในแต่ละจุดนั้นจะมีการติดตั้งกล่องแปลงสัญญาณ (ONT – Optical Network Terminator) จากสัญญาณ แสงไปเป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อต่อเข้ากับอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ จึงถือว่าสถาปัตยกรรมแบบ FTTH มีการรับประกันอัตราเร็วในการรับส่งข้อมูลไปยังผู้ใช้บริการปลายทางได้สูงที่สุดเทียบกับสถาปัตยกรรมแบบอื่นๆ ในตระกูล FTTx
source:telecomjournal
Monday, July 13, 2009
Saturday, April 25, 2009
mAh คืออะไร
V คือ Volt เป็นค่าความต่างศักดิ์ไฟฟ้า คล้ายๆแรงดันไฟ นึกภาพดูถึง แรงดันน้ำ แรงดันลม ความดันเลือด
แล้วทั้ง 2 อย่างมีผลอย่างไรกับความสว่าง และเวลาที่ใช้ครับ
1.ความสว่าง
ปกติ หลอดไฟทั่วไปจะกินไฟเป็น วัตต์(W) ใช่มั้ยครับ อย่างหลอดผอมที่อยู่บนเพดานบ้านทั่วไปก็ 36W หลอดตะเกียบประหยัดไฟก็ 9W ,13W หลอดใส้ 25W, 40W ,60W เป็นต้น หลอด LED ก็เช่นกันครับ
ทีนี้มาดูว่า หน่วยวัตต์(W) เกิดจากอะไร เค้าใช้ค่า กระแสไฟ(I) คูณด้วย ค่าความต่างศักดิ์(V) หรือ IxV
W=IV
I มีหนวยเป็น A หรือ แอมป์, 1A = 1000mA (มิลลิแอมป์)
V มีหน่วยเป็น Volt
W สูง หลอดไฟก็จะสว่างมาก แต่หลอดไฟแต่ละหลอดจะทนค่าแรงดันไฟฟ้าหรือความต่างศักดิ์ได้จำกัด (Vf) ซึ่งถ้าแรงดันสูงเกินหลอดก็จะเสีย หรือ หลอดใส้ก็จะขาด
ปกติหลอด LED ยี่ห้อ CREE-XP ทั่วไปจะเป็นหลอด 3W ซึ่งจะมีระบุว่าใช้ค่า Vf ได้ไม่เกินเท่าไร โดยสามารถใช้กำลังไฟต่ำกว่าได้เช่น 1W, 2W ปริมาณแสงก็จะสูงหรือต่ำตามจำนวนวัตต์
แต่ที่ไฟฉายบางกระบอกสามารถ ใช้ถ่านที่มีค่าความต่างศักดิ์ มากๆได้(ใส่ถ่านได้หลายก้อน) เพราะ ว่ามีวงจรอิเล็กโทนิกควบคุมการจ่ายไฟให้หลอดไฟครับ เพราะฉะนั้นดูว่าไฟฉายใช้ถ่านชนิดไหนได้บ้างให้ดูจากรายละเอียดที่ผู้ ผลิตบอกไว้ครับ
มายกตัวอย่างกันครับ เช่น
-ใช้ถ่าน ชาร์ตNi-MH ขนาด AA 1.2v ถ้าไฟฉายกินไฟ 1วัตต์ ก็จะใช้กระแสไฟเท่าไร?
W=1
V= 1.2
I= ?
จากสูตร W=IV
1= 1.5xI
1/1.5 = I
0.833 = I
ตอบ ใช้กระแสไป 0.833 A หรือ 833mA (มิลลิแอมป์) ต่อชั่วโมง
(ต่อ) ถ้าเกิดสมมุติว่าถ่านที่เราใช้มีความจุ 2000mA เราก็จะรู้ว่าสามารถใช้ได้นานเท่าไรโดย 1ชั่วโมงใช้ไป 833 ถ้ามีอยู่ 2000 จะใช้ได้กี่ชั่วโมง เอา 2000 ตั้ง หารด้วย 833
2000/833 = 2.4 ชั่วโมง หรือ 2ชั่วโมง24นาที
2. ผลกับเวลาที่ใช้
ดูตรงความจุของถ่าน(mA) และ ความต่างศักดิ์ (v)
ทั้งสองอย่างมีผลกับเวลา หรือ runtime ครับ เพราะว่า หลอดไฟกินไฟเป็น วัตต์ (W) และ W = IV
1. ถ้าความต่างศักดิ์ Volt (v) สูง เช่นถ่าน Li-on 3.0v หรือแบบ ชาร์จได้ 3.7v หรือใช้ถ่านหลายก้อน ผลก็คือ ค่า V สูง
W = I V(สูง)
เมื่อ V สูง แต่ การกินไฟวัตต์ของหลอดไฟยังคงที่ Wคงที่ ดังนั้นก็จะกินกระแสไฟจากถ่านน้อยลง Iลดลง
W(คงที่) = Iลดลง V(สูง)
กินกระแสไฟน้อยลง ถ่านก็จะใช้ได้นานขึ้น
2. ถ้าความจุของถ่านสูง นึกภาพเหมือนกระติกน้ำ ถ้าเิกิดเรากินน้ำปกติ แล้วเปลี่ยนเป็นกระติกน้ำที่ใหญ่ขึ้น ก็จะกินได้นานขึ้น
Wคงที่ = I คงที่ Vคงที่
กินกระแสเท่าเดิม แต่ถ่านมีความจุที่สูงขึ้น (mAh) เช่น ถ่านความจุ 1000 mAh กับ ถ่านความจุ 2000mAh
ถ่านที่มีความจุ 2000mAh ย่อมใช้งานได้นานกว่าครับ
ชนิดของถ่าน
- ชนิดของถ่านมีผลกับประสิทธิภาพการใช้งานด้วยครับ ถ่านแต่ละชนิดกันจะมีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟในระยะเวลาสั้นๆ ได้ไม่เท่ากัน
ถ่าน Li-on จะจ่ายกระแสเป็นระยะเวลาสั้นๆได้ประมาณ 2-3เท่าของความจุ (C) เช่นมีความจุ 700mA ก็จะจ่ายกระแสกับอุปกรณ์ที่ใช้กระแส 1400mAh ได้
ถ่าน Ni-MH จะจ่ายกระแสเป็นระยะเวลาสั้นๆ ได้ประมาณ 5 เท่าของความจุ (C) เช่น ความจุ2000mA จ่ายกระแสได้ 10000mAh
ถ่าน Ni-Cd ถ่านชาร์จสมัยแรก จะจ่ายกระแสไฟเป็นระยะเวลาสั้นๆได้ดีมากที่สุดครับ 30-50เท่า เหมาะกับใช้งานหนักๆเช่น พวกงานมอเตอร์ สว่านไขควงมือถือ แต่ความจุจะไม่มาก แต่ถ่านชนิดนี้มีข้อเสียคือมีหน่วยความจำถ้าหากเราชาร์ตไฟโดยที่ถ่านยังไม่ หมด จะทำให้ถ่านเสื่อมสภาพเร็วมาก
ถ่านอังคาไรด์ จ่ายกระแสเป็นระยะเวลาสั้นๆได้ไม่ดีครับ ถ้าอุปกรณ์ที่กินกระแสไฟมากอย่างเช่นกล้องดิจิตอล หรือไฟฉายที่กินไฟมากๆ ถ่านจะหมดเร็วกว่าปกติ ทั้งๆที่ตัวถ่านเองมีความจุ 1300-1700mA แต่ถ้าเราเอาไปใช้กับอุปกรณ์ที่กินไฟไม่มาก เช่น เครื่องคิดเลข, นาฬิกา, รีโมดคอนโทร ก็จะใช้ได้เป็นระยะเวลานานเต็มความจุ
- ลองสังเกตดูว่า เมื่อใช้แล้วถ่านหมด พอปิดไปแล้ว แล้วเปิดใ้ช้ใหม่ ก็กลับมาใช้ได้อีกนิดนึ่ง
- มันจะคล้ายๆกับพวกแบตมือถือ ที่เสื่อมสภาพ เวลาชาร์จเต็มระดับถ่านในหน้าจอจะแจ้งว่าเต็ม แต่พอมีคนโทรเข้าหรือโทรออก แบตจะหมดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทั้งๆที่แบตเต็มอยู่ เพราะว่าแบตคายประจุได้ไม่ดีแล้วถึงมีประจุอยู่ แต่คายประจุจำนวนมากๆในระยะเวลาสั้นๆได้ไม่ดี
ลองนึกภาพดูถึงห้อง เรียนนะครับ เวลาหมดเวลาเรียนเสียงอ๊อดพักเที่ยง นักเรียนวิ่งกรูกันออกมาจากประตูได้ในเวลาแป๋บเดียว แต่ถ้าเิกิดเราสั่งให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่มๆ 10 คน จับมือกันไว้ เวลาวิ่งออกจากประตูก็จะลำบากขึ้น เปรียบเหมือนการคายประจุไฟครับ
ส่วน ถ่านZine หรือถ่านธรรมดานั้น ยิ่งคายประจุในระยะเวลาสั้นๆได้ไม่ดีที่สุดครับ ใช้แล้วหมดเร็วมากๆ จริงๆถ่านพวกนี้จะแบ่งเป็น 2 อย่างนะครับ ถ่านพวก Duty ใช้งานหนัก กับถ่าน Long live time(ผมจำชื่อไม่ไ่ด้) พวกนี้คายประจุได้น้อยแต่จะใช้ได้นานใส่พวกรีโมส
การคายประจุของตัวเองของถ่านก็มีผลต่อใช้ได้นานหรือไม่นานด้วยครับ
- พวกถ่านชาร์จชนิด Ni-MH แบบเก่า จะคายประจุตัวเองทุกวันวันละ 1% สมมุติว่าชาร์ตเสร็จแล้วทิ้งไว้ซัก 1 เืดือน แล้วเอามาใช้ จะรู้สึกว่าถ่านหมดเร็วกว่าปกติ แต่เดียวนี้จะมีถ่านรุ่นใหม่ที่คายประจุช้าเช่นยี่ห้อ enloop
-ถ่านพวก Li-on จะไม่ค่อยคายประจุตัวเองสามารถเก็บใช้ได้นาน
-อัง คาไรด์ ก็เก็บได้นานพอสมควรแต่ ก็ไม่ใช่ไม่คายประจุนะครับ ดังนั้นเวลาเลือกซื้อดูวันผลิตด้วยก็ดีครับ แต่ที่สำคัญคือวันหมดอายุ ส่วนใหญ่จะบอกเป็น ปี หรือเดือนปี เช่น 2010 หรือ Jul 2010
http://www.thaicpf.com/webboard/index.php?topic=547.0
Thursday, March 26, 2009
การเดินทางไป Centara Grand at Central World ชั้น 22

ท่านสามารถลงรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีสยาม หรือชิดลมก็ได้ ในกรณีที่ท่านมาถึงก่อน เวลา 10 นาฬิกา (CentralWorld เปิด 10.00 นาฬิกา) ขอให้ท่านใช้เส้นทาง Blue Line บน Sky Walk เมื่อมาถึงประตูใหญ่บนSky Walk ท่านจะต้องขึ้นบันไดเลื่อนทางซ้ายมือ เดินเข้าสู่อาคารสำนักงาน (The Offices) หลังจากนั้นให้ลงบันไดเลื่อนไปยังชั้น 1 ของอาคารสำนักงาน มองทางด้านขวามือจะพบทางออก ซึ่งจะมี รปภ.ยืนอยู่ ให้เดินออกจากอาคารสำนักงาน ตามเส้นทาง Blue Line เพื่อไปยังทางเดินเข้าโรงแรม Centara Grand ที่ชั้น G แล้วจึงขึ้นลิฟท์ไปสู่ศูนย์ประชุมชั้นที่ 22
สำหรับท่านที่มาถึงหลังเวลา 10.00 นาฬิกา สามารถใช้เส้นทาง Red Line ผ่านห้าง Central World ท่านจะต้องลงบันไดเลื่อนไปยังชั้น 1 ของ Central World แล้วเดินตรงไปยังบริเวณ Atrium จะพบลิฟท์แก้ว ให้เดินไปทางซ้ายมือ เพื่อไปยังทางเดินเข้าโรงแรม Centara Grand ที่ชั้น G แล้วจึงขึ้นลิฟท์ไปสู่
ศูนย์ประชุมชั้นที่ 22
2. ท่านที่เดินทางมาด้วยรถยนต์มีทางเข้า ดังนี้
ทางที่ 1 ถนนราชดำริ
เมื่อท่านเข้าสู่ถนนราชดำริแล้ว โปรดอย่านำรถลงไปจอดชั้นใต้ดินของห้าง ขอให้ขับเลยไปจนเกือบจะถึงสะพานข้ามไปยังประตูน้ำ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเลียบห้างอีเซตันเพื่อเข้าสู่ที่จอดรถ (วงกลมสีแดงในแผนที่)
ทางที่ 2 ถนนพระราม 1
ทางเข้าจะอยู่ติดกับกำแพงวัดปทุมวนาราม ขับไปตามเส้นทาง Green Line โดยท่านสามารถให้ Taxi ส่งที่หน้าโรงแรม Centara Grand หรือ ขับเลยไปยังที่จอดรถ (วงกลมสีแดงในแผนที่)
Monday, March 2, 2009
วิธีดู Temporary Files ใน IE7
ถ้าเข้า Tools > Internet Option > Browsing History > Settings > View Files แบบนี้จะไม่เห็น Temp ไฟล์อะไรข้างในเลย ดังนั้นจึงจะต้องทำตามด้านล่างนี้
ในช่อง Address Bar บน IE หรือ Explorer ให้ใส่ copy path ด้านล่างนี้ไปใส่ได้เลย ก็จะสามารถเห็นไฟล์ temp ได้
C:\Users\Owner\AppData\Local\Microsoft\Windows\Temporary Internet Files\Content.IE5
Tuesday, December 2, 2008
ข้อมูล AIS 3G กรุงเทพ Central World
http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T7272179/T7272179.html -> ต่อยอดกระทู้ 3G กทม
http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T7271649/T7271649.html -> AIS 3G ที่กรุงเทพ
http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T7274412/T7274412.html -> อีกแล้ว AIS เพิ่งเห็นโฆษณา 3G ของais ที่บอกว่าจะเปิดที่เซ็นทรัลเวิลล์
http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T7276892/T7276892.html -> ใครใช้3gที่central worldแล้วมาคอมเม้นท์หน่อยสิครับ
http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T7251031/T7251031.html -> การใช้ 3 G ครั้งแรก ( สุดไม่ประทับใจ)
http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T7258143/T7258143.html -> ขอต่อยอด การใช้ 3 G ครั้งแรก ( สุดไม่ประทับใจ)
http://www.blognone.com/node/9782 -> AIS เริ่มทดสอบ 3G ในกทม.
http://www.siampod.com/node/6791 -> ข้อมูล Package 3G 500Mb 100 บาท
รายเดือน 1-2-call Package 1 EDGE+HSPA 500MB/เดือน จ่าย 100 บาท Package 2 EDGE+HSPA 1.5GB /เดือน จ่าย 300 บาท 3G 1.5GB 300 บาท Package 3 EDGE+HSPA 2.5GB /เดือน จ่าย 500 บาท 3G 2.5GB 500 บาท Package 4 EDGE+HSPA 15GB /เดือน จ่าย 900 บาท 3G 15GB 900 บาท Package 5 EDGE+HSPA 30GB /เดือน จ่าย 1500 บาท 3G 30GB 1500 บาท
*ส่วนเกินคิด 1 บาท/MB
- สิทธิพิเศษเมื่อสมัครวันที่ 10 ต.ค.– 31 ธ.ค.51 รับฟรี GPRS and HSPA เดือนละ 500 MB นาน 3 เดือน
ข้อมูล AIS 3G เชียงใหม่
http://www.12call.ais.co.th/Content/Simcard/sim3G.html
Tuesday, October 28, 2008
Access Provider for ASP.NET 2.0
Access Database, MembershipProvider > http://www.codeplex.com/MyWebPagesStarterKit/WorkItem/View.aspx?WorkItemId=14643
วิธี Config Membership Database ASP.NET 2.0
ขั้นที่ 1. สร้าง Membership, Role, และ Profile ต่างๆ ในฐานข้อมูล
ก่อนอื่นจะต้องก Install Membership ด้วย Tool ตัวหนึ่งที่ชื่อ aspnet_regsql ที่ SQL Server ได้เตรียมไว้ให้แล้วเพื่อสร้างตารางและ store procedures ของ Membership ให้อัตโนมัติ โดยเครื่องมือนี้สามารถรันผ่าน conmmand prompt หรือผ่าน UI ก็ได้ ซึ่งเปิดมาจะเป็น wizard ซึ่งมีวิธีดังนี้
- ไปที่ Start > Run แล้วไปที่ Folder ถ้าเป็น default ของมันปกติจะอยู่ที่ C:\WINDOWS\Microsoft.NET\Framework\v2.0.50215\
- จากนั้นให้เลือกที่ aspnet_regsql.exe แล้ว click run ขึ้นมา จะเห็น wizard ขึ้นมาเป็น configure the SQL Server provider
- เลือกที่ Configure SQL Server for application services แล้วกด Next
- เปลี่ยน authentication เป็น SQL Server authentication
- ใส่ username และ password
- เลือก server และ database ที่ต้องการได้เลย
- กด next เพื่อสร้าง database แล้วปิดได้เลย
Copy code นี้ไปเลย ซึ่งตัวเอียงคือค่าที่คุณต้องใส่เข้าเอง
<connectionStrings>
<clear />
<add name="TestSqlServer" connectionString="server=servername;user id=username;password=mypassword;database=databasename"/>
</connectionStrings>
ซึ่งจะต้อง Clear ค่า Default ก่อนแล้วจึง add database ของเราเข้าไป
แล้วเอา code ไปใส่ครับ เต็มๆ พวกชื่อ Provider ตัวหน้าอะไรก็ดูให้ตรงกับที่เราจะตั้งนะครับ
<membership defaultProvider="TestSqlMembershipProvider" userIsOnlineTimeWindow="15">
<providers>
<remove name="AspNetSqlMembershipProvider" />
<add name="TestSqlMembershipProvider"
type="System.Web.Security.SqlMembershipProvider, System.Web, Version=2.0.0.0, Culture=neutral, PublicKeyToken=b03f5f7f11d50a3a"
connectionStringName="TestSqlServer"
enablePasswordRetrieval="false"
enablePasswordReset="true"
requiresQuestionAndAnswer="true"
applicationName="/"
requiresUniqueEmail="false"
passwordFormat="Hashed"
maxInvalidPasswordAttempts="5"
passwordAttemptWindow="10"
passwordStrengthRegularExpression="" />
< /providers>
</membership>
<roleManager defaultProvider="TestSqlRoleProvider"
enabled="true"
cacheRolesInCookie="true"
cookieName=".ASPXROLES"
cookiePath="/"
cookieTimeout="30"
cookieRequireSSL="false"
cookieSlidingExpiration="true"
createPersistentCookie="false"
cookieProtection="All"
>
<providers>
<remove name="AspNetSqlRoleProvider" />
<remove name="AspNetWindowsTokenRoleProvider" />
<add connectionStringName="TestSqlServer"
applicationName="/"
name="TestSqlRoleProvider"
type="System.Web.Security.SqlRoleProvider, System.Web, Version=2.0.0.0, Culture=neutral, PublicKeyToken=b03f5f7f11d50a3a"
/>
</providers>
</roleManager>
<profile defaultProvider="TestSqlProfileProvider">
<providers>
<remove name="AspNetSqlProfileProvider" />
<add name="TestSqlProfileProvider"
connectionStringName="TestSqlServer"
applicationName="/"
type="System.Web.Profile.SqlProfileProvider, System.Web, Version=2.0.0.0, Culture=neutral, PublicKeyToken=b03f5f7f11d50a3a" />
</providers>
</profile>
</system.web>
วิธีเข้าคือให้เข้าไปที่ VS.NET แล้ว ไปที่ ASP.NET Configuration จากนั้นให้สร้าง user ใหม่ หรือ role มันจะไปสร้าง objects ในฐานข้อมูลของเรา แล้วก็สามารถเลือกที่ Provider tab และเลือก "Select a different provider for each feature(advanced)" ก็ให้เลือกที่ Provider ที่ตั้งชื่อไว้เมื่อ Step 2
ref : http://aspnet.4guysfromrolla.com/articles/120705-1.aspx
Saturday, October 25, 2008
MSDTC on server 'servername' is unavailable.
ERROR: MSDTC on server 'servername' is unavailable.
คุณจำเป็นที่จะต้อง Trigger มันโดยให้คุณเปิด Service MSDTC ขึ้นมา ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
START > SETTINGS > CONTROL PANEL > ADMINISTRATIVE TOOLS > SERVICES
จากนั้นหา Service ชื่อ 'Distributed Transaction Coordinator' แล้วคลิ๊กขวาแล้วกด Start เพื่อเป็นการเปิด Services
Resource :
http://support.microsoft.com/kb/822473/
Wednesday, September 10, 2008
LHC Live Streaming
CERN LHC Live Streaming
Accensione LHC:
10 Sept: Live start from 9:00 (CET +1) - (Thailand 15:30)
ALICE Webcams
ATLAS Control Room Webcam
ATLAS Surface Halls Webcams
ATLAS Webcams
CERN Live Webcasts
CMS Webcams
Ref: http://www.coolstreaming.us/forum/showthread.php?p=769562