Friday, August 5, 2022
เพลง รักหวานปานน้ำผึ้ง
Thursday, January 21, 2016
วิธีใช้ VLOOKUP ใน EXCEL เบื้องต้น
- [@รหัสพนักงาน] คือ Cell ที่ต้องการค้นหากับอีกตาราง ซึ่งในอีกตารางต้องมีข้อมูลที่เหมือนกัน เช่น Sheet "ชื่อ" มีรหัสพนักงาน Sheet "อายุงาน" ก็ต้องมีรหัสพนักงานเหมือนกัน เพื่อให้สามารถ Link ข้อมูลกันได้
- อายุงาน!A:C คือ ขอบเขตของข้อมูลใน Sheet "อายุงาน" ที่ต้องการนำมาแสดงใน Sheet "ชื่อ" โดย Column แรก จะต้องเป็นรหัสพนักงานเพื่อนำมา Link กับ Cell รหัสพนักงานที่เราเลือกไว้เท่านั้น
- 3 คือ Column ที่เราต้องการให้แสดง ในที่นี้ เราต้องการแสดงอายุงานใน Sheet "อายุงาน" ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 3 นับจากซ้ายสุดในขอบเขตที่เราเลือก เช่น เราเลือก อายุงาน!A:C แปลว่าเราต้องนับตั้งแต่ A ไป C คือ โดย อายุงาน อยู่ใน Column ที่ 3 จึงใส่เลข 3
- 0 หรือ False คือ ต้องค้นหาเจอเท่านั้นถึงจะนำข้อมูลมาแสดง โดยถ้าไม่เจอก็เป็น Error ไป แต่ถ้าเป็น 1 หากไม่เจอก็จะส่งค่าบางอย่างออกมา(ส่วนใหญ่ใช้ 0 เนื่องจากเราส่วนใหญ่ต้องการหาค่าแป๊ะๆ )
Friday, August 22, 2014
ความแตกต่างระหว่าง Data Conversion กับ Data Migration
เป็นการย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นการย้ายข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก โดยเป็นการย้ายที่ physical data model หรือ structure ต่างๆ ยังคงเหมือนเดิม ตัวอย่าง เช่น
- ย้ายข้อมูลจาก Hardware หรือ Platform หนึ่งไปยั้งอีก Hardware หรือ Platform หนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการ Upgrade Hardware
- มีการเปลี่ยนแปลง Version ของ DBMS ไปเป็น Version ใหม่กว่า เช่น SQL Server 2012 ไปเป็น SQL Server 2014
- ย้ายฐานข้อมูลจากฐานข้อมูล MySQL ไปยังฐานข้อมูล Oracle เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลง DBMS Provider
- การแปลงข้อมูลจากฐานข้อมูลหนึ่งไปยัง XML Document
- การแปลงข้อมูลภายในฐานข้อมูล Oracle ไปใช้ Schema แบบใหม่ แต่ยังคงใช้ฐานข้อมูล Oracle เช่นเดิม
สรุป การ Data Migration จะเป็นการย้ายข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลหนึ่งไปยังฐานข้อมูลหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ส่วน Data Conversion จะเป็นการแปลงข้อมูลจากรูปแบบหนึ่งไปเป็นอึกรูปแบบหนึ่ง
Ref :
http://erpschools.com/uncategorized/data-migration-vs-data-conversion-3
http://en.wikipedia.org/wiki/Data_conversion
http://en.wikipedia.org/wiki/Data_migration
Monday, October 7, 2013
วิธีใส่รูปภาพใน MS Word โดยใช้ MailMerge
วิธีการใส่รูปภาพใน Word โดยใช้ Mailmerge
1. ทำ Mailmerge โดยวิธีปกติ link word กับ excel
2. กด Ctrl+F9 จะขึ้นปีกกา { }
3. คลิ๊กขวาที่ปีกกา คลิ๊กเลือก Edit Field
4. เลือก IncludePicture แล้วกรอกที่อยู่ไฟล์ที่เราต้องการให้แสดงใน Word ที่ช่อง Filename or URL เช่น d:\\pic\\john.jpg แล้วกด OK
5. ภาพจะแสดง ถ้าภาพไม่ขึ้น แสดงว่ามีอะไรผิดพลาด อาจจะเป็นที่อยู่ไฟล์ผิด
6. กด ALT+F9 จะแสดง Code มา ดังนี้ {INCLUDEPICTURE "d:\\pic\\john.jpg" \* MERGEFORMAT}
7. ลบชื่อรูปภาพออกไป ในที่นี้ให้ลบคำว่า john ออก
8. แล้วกดปุ่ม Insert Merge Field บน toolbar แล้วเลือกข้อมูลที่เราจะนำมาแสดง (ขั้นตอนนี้ห้ามพิมพ์ code เอง ให้กด Insert Merge Field เท่านั้น)
9. กด ALT+F9 รูปจะแสดงอีกครั้ง
10. คลิ๊ก Finish & Merge แล้วกด Edit Individual Document
11. เลือก record ที่เราต้องการ กด OK
12. จะได้ไฟล์ Word ตัวใหม่ขึ้นมาที่มีภาพของแต่ละ Record จาก Excel ไฟล์ที่เราใส่ข้อมูลไว้
13. กด CTRL+A แล้วกด F9 รูปทั้งหมดจะ Update
จบ...แบบเร็วๆ
Friday, May 17, 2013
คำถามที่พบบ่อยเมื่อต้องซื้อโปรแกรมมาใช้ในบริษัทซักตัว
1. ฟังก์ชั่นต่างๆ เป็นอย่างไร ตรงตามความต้องการของเราหรือไม่ ดังนั้นเราจึงต้องรู้ความต้องการของเราให้ชัดเจนเสียก่อน ซึ่งจะไม่ขอพูดในเรื่องนี้ ยาว...
2. การนำเข้าข้อมูลเดิมจะนำเข้าอย่างไร
3. การดูแลข้อมูล แก้ไข ลบ เพิ่ม นำเข้า เอาออก ทำอย่างไร
4. รายงานสรุป วิเคราะห์นู่นนี่นั้น มีตามที่เราต้องการหรือไม่
5. กำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานได้ละเอียดเพียงใด
6. เก็บข้อมูลการเข้าใช้ระบบได้หรือไม่ (log)
7. การ support ระบบ โทรแจ้งปัญหาแล้วจะมาแก้ไขโดยวิธีใด Remote, On Site แล้วใช้เวลาแก้ไขแต่ละ Case นานเท่าใด เช่น เมื่อแจ้งปัญหาไปแล้วจะ Remote เข้ามาภายในกี่ชั่วโมง หรือจะเข้ามา On Site ภายในเวลาเท่าใด
8. การ support ระบบ คิดค่าใช้จ่ายรายครั้งหรือไม่ อย่างไร
9. การดูแลรักษาระบบ สัญญาเป็นารายปี เดือน หรืออย่างไร
10. การดูแลรักษาระบบ การ upgrade software จะมีหรือไม่ ปีละกี่ครั้ง
11. การดูแลรักษาระบบ แต่ละครั้งเข้ามาทำอะไรบ้าง
Tuesday, November 29, 2011
วิธีสร้าง Sen Framework หรือกรอบการทำงาน
1. ความเป็นมา เขียนความเป็นมาของงานว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเหตุผลใด ทำไมจึงต้องมี มีแล้วจะได้ประโยชน์อะไร
2. กำหนดวัตถุประสงค์ของงาน กำหนดวัตถุประสงค์ของงานให้ชัดเจน สามารถวัดได้โดยอาจใช้เรื่อง SMART Objective ช่วย
3. กำหนดขอบเขตงาน กำหนดงานของเราว่าจะทำในขอบเขตมากน้อยเพียงใด รวมและไม่รวมในส่วนใดบ้าง
4. กำหนดหน้าที่ของงาน กำหนดหน้าที่ของงานว่าต้องรับผิดชอบในส่วนงานใดบ้าง
5. กำหนด Life Cycle หรือขั้นตอนการทำงาน ของการทำงานนั้นๆ ในภาพกว้างหรือ High Level พร้อมทั้งอธิบายลักษณะงานหลักของแต่ละขั้นตอน เช่น การทำใบขับขี่รถยนตร์ จะได้ขั้นตอนในภาพกว้างคือ ยื่นเรื่องทำใบขับขี่ > สอบใบขับขี่ > ชำระเงิน > ทำบัตร
6. กำหนดขั้นตอนย่อยในแต่ละขั้นตอนที่กำหนดมาจากข้อ 5. อาจเขียนเป็น Block Diagram ธรรมดาก็ได้
7. สร้างระเบียบวิธีการทำงานในแต่ละขั้นตอนย่อย เช่น อธิบายขั้นตอน มีกฏเกณฑ์หรือระเบียบอย่างไร ต้องใช้เอกสารอะไรที่เกี่ยวข้อง
8. สร้างเอกสารที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนย่อยเป็น Template ไว้ โดยแบ่งหมวดหมู่ตาม Life Cycle หรือขั้นตอนที่กำหนด
Monday, June 6, 2011
Flowchart คืออะไร
flowchart เป็นแผนผังประเภทหนึ่งที่แสดงกระบวนการหรือ algorithm ที่จะแสดงเป็นขั้นเป็นตอน โดยเชื่อมต่อระหว่างกระบวนการหรือแสดงเส้นทางการไหลโดยเส้นและลูกศร นิยมใช้กันตั้งแต่ปี 1960 โดยใช้เป็นแผนที่ logic ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ใช้ในการพัฒนางาน ใช้แสดงกระบวนการทำงานในปัจจุบันเพื่อหาจุดบกพร่องของงาน
เมื่อไหร่จึงจะใช้ Flowchart
ควรใช้เมื่อมีความต้องการในการพัฒนากระบวนการใดๆ ในปัจจุบัน(as-is) ซึ่ง flowchart จะช่วยให้ทีมงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนากระบวนการเข้าใจถึงกระบวนการที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสามารถนำไปเปรียบเทียบกับกระบวนการในอนาคต(to be) เพื่อพัฒนากระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ใช้เมื่อต้องการวิเคราะห์หรือกำหนดกระบวนการ ทั้งรายละเอียดของ action และการตัดสินใจ
- ใช้เมื่อต้องการหาปัญหาได้อย่างตรงจุดในกระบวนการ
- ใช้เมื่อประเมินศักยภาพหรือประสิทธิภาพของกระบวนการ เพื่อช่วยระบุว่าต้องทำอย่างไรจึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
- ใช้เมื่อต้องการสื่อสารหรือฝึกอบรมเบื้องต้น เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันในรายละเอียดของกระบวนการ
ประโยชน์ของการใช้ Flowchart
- ทำให้ทุกคนเข้าใจกระบวนการที่ถูกจัดทำเป็นลำดับภาพ(ให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน) : โดยทั่วไปแต่ละคนอาจมีแนวความคิดที่แตกต่างกันไปเกี่ยวการกระบวนการทำงาน flowchart จึงสามารถช่วยให้เข้าใจตรงกันในขั้นตอนหรือลำดับของกระบวนการ และยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจของผู้เขียนกระบวนการที่เขียนขึ้นมาว่าถูกต้องกับสิ่งที่เป็นจริงหรือไม่
- เป็นเครื่องมือสำหรับฝึกอบรมพนักงาน : เป็นเครื่องมือช่วยในการฝึกอบรมพนักงานใหม่หรือเก่าในการทำงานให้ได้ตามมาตรฐานกระบวนการที่ได้มีการกำหนดไว้
- ทำให้ทราบปัญหาและโอกาสในการพัฒนากระบวนการ : ถ้ามองลึกลงไปในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการและภาพ diagram จะเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นโอกาสในวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการได้ตรงจุด ทราบถึงขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และงานที่วนไปวนมาไม่มีประสิทธิภาพ
สัญลักษณ์ที่ใช้ใน Flowchart
รูปไข่ (Oval) : ใช้แสดงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของกระบวนการ
กล่อง (Box) : แสดงถึงขั้นตอนหรือกิจกรรมในแต่ละกระบวน
เพชร (Diamond) : แสดงจุดที่ต้องตัดสินใจ เช่น ใช่/ไม่ใช่ หรือ ไป/ไม่ไป โดยในแต่ละทางเลือกจะต้องมีทางใดทางหนึ่งที่เป็นคำตอบเสมอ
วงกลม (Circle) : แสดงการเชื่อมต่อภายในหน้าเดียวกัน โดยจะมีตัวเลขในวงกลมแสดงว่าจุดใดที่มีการเชื่อมต่อกัน
รูปห้าเหลี่ยม (Pentagon) : แสดงถึงจุดเชื่อมต่อไปยังหน้าอื่นๆ โดยจะมีตัวหนังสือเขียนกำกับว่าเชื่อมต่อกับหน้าใด
เส้นการไหล : แสดงทิศทางการไหลของกระบวนการ
ระดับในการเขียนรายละเอียดของ Flowchart
เมื่อต้องการพัฒนาอะไรบางอย่างโดยใช้ flowchart สิ่งที่ควรพิจารณาคือใครจะเป็นผู้นำข้อมูลที่เราเขียนไปใช้งาน และต้องการใช้งานข้อมูลมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะช่วยให้เราทราบถึงระดับของรายละเอียดการเขียน flowchart ได้
Macro Level : ระดับนี้เป็นระดับที่ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดมากในระดับการทำงานของกระบวนการ แต่จะเขียนเป็นภาพกว้างๆ เพียงพอสำหรับจุดประสงค์การนำ flowchart ไปใช้งาน โดยทั่วไปแล้วระดับ macro level นี้จะเขียนไม่เกิน 6 ขั้นตอน ตัวอย่างเช่น เราอยู่บนเครื่องบินที่ระดับ 30,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล แล้วมองลงมาเห็นทะเล พื้นดิน ภูเขา
Mini Level : เป็นระดับที่อยู่กึ่งกลางระหว่างภาพกว้างๆ macro level กับ micro level ซึ่งโดยปกติแล้วจะเจาะลงไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของ flowchart ระดับ macro level ตัวอย่างเช่น เราอยู่บนเครื่องบินที่ระดับ 10,000 ฟุต จากระดับน้ำทะเล แล้วมองเห็นบนพื้นดินมีเมืองหลายๆ เมือง หรือมีภูเขาหลายๆ ลูก ฯลฯ
Micro Level : เป็นมุมมองระดับพื้นดินที่เห็นรายละเอียดได้ครบทุกส่วน โดยจะบันทึกทุกข้อมูล ทุกกิจกรรมหรือทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจ ซึ่งรูปแบบนี้จะใช้เพื่อเป็นตัวบอกวิธีการทำงานอย่างละเอียด เช่น เราอยู่บนเครื่องบินระดับที่สามารถมองเห็นได้ทุกๆ รายละเอียดของเมือง เห็นทุกบ้าน และเห็นไปถึงภายในบ้าน
วิธีการเขียน Flowchart
- ระบุผู้ที่เป็นคนเขียน flowchart ให้ถูกต้อง
- พิจารณาว่าอะไรที่คาดหวังว่าจะได้จาก flowchart
- ระบุว่าใครที่จะใช้ flowchart
- กำหนดระดับในการเขียน flowchart ที่ต้องการ
- กำหนดขอบเขตของกระบวนการหรือการเขียน flowchart
สิ่งสำคัญที่จะทำให้การเขียน Flowchart ประสบความสำเร็จ
- เริ่มต้นด้วยภาพกว้างๆ ก่อน : เขียน flowchart ในระดับ macro level ก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นจะสามารถเขียนในระดับที่ลึกลงไปในแต่ละส่วนได้
- เข้าไปสังเกตการณ์ในกระบวนการ : ทางที่จะทำให้การเขียน flowchart ประสบความสำเร็จได้ต้องเข้าไปเห็นกระบวนการทำงานจริง จึงจะเห็นภาพการทำงานที่เกิดขึ้นได้อย่างครบถ้วน
- บันทึกขั้นตอนของกระบวนการจากการเข้าไปสังเกตการณ์ : บันทึกขั้นตอนที่เกิดขึ้น เขียนขั้นตอนบนบัตรบันทึก(Post-it) จัดเรียงลำดับไว้ โดยใช้สีที่แตกต่างกันเพื่อแสดงกลุ่มการทำงาน ซึ่งจะทำให้เข้าใจกระบวนการทำงานได้มากขึ้น
- จัดเรียงลับดับเป็นขั้นเป็นตอน : จัดเรียงบัตรบันทึก(Post-it) ที่บันทึกไว้จากการเข้าไปสังเกตการณ์ วางให้ครบตามจริงที่บันทึกมา
- เขียน flowchart : เขียนจากข้อมูลต่างๆ ที่ได้ไปสังเกตการณ์ การบันทึก และจัดเรียงลับดับขั้นตอน
การเขียน flowchart เพิ่อปรับปรุงกระบวนการทำงานแนวใหม่
กระบวนการทำงานสมัยก่อนส่วนใหญ่แล้วจะถูกกำหนดโดยผู้ปฏิบัติงานหรือเจ้าของบริษัท แต่ในปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภค ความหลากหลายของพฤติกรรม รวมถึงการแข่งขันมีมากขึ้น ทำให้กระบวนการทำงานขององค์กรต่างๆ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้บริโภคหรือลูกค้า เช่น สมัยก่อนลูกค้าไม่ได้ต้องการความรวดเร็วในการบริการมากนัก แต่ในปัจจุบันที่ยุคสมัยเปลี่ยนไปลูกค้ารุ่นใหม่เกิดมาพร้อมความรวดเร็วของเทคโนโลยี และหากองค์กรยังไม่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการให้รวดเร็วทันต่อความต้องการของลูกค้า จะทำให้ไม่สามารถแข่งขันในธุรกิจยุคใหม่ได้ เช่น ลูกค้าต้องการความรวดเร็ว องค์กรก็ต้อเปลี่ยนกระบวนการให้เร็วขึ้น หรือลดกระบวนการใดที่ไม่จำเป็นลง ดังนั้นการเขียน flowchart เพื่อปรับปรุงกระบวนการยุคใหม่นี้ จำเป็นจะต้องเขียน flowchart ในมุมของลูกค้าก่อนเป็นอันดับแรก จึงจะเขียน flowchart ขององค์กรให้ตรงตาม flowchart ที่ลูกค้าต้องการ
ref:http://www.edrawsoft.com
ref:wikipedia
Tuesday, April 5, 2011
BPM : Business Process Management คืออะไร
เป็นกิจกรรมหรืองานที่ต้องทำตามขั้นตอน โดยเป็นชุดของขั้นตอนหรือกิจกรรมที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ของธุรกิจหรือนโยบาย ซึ่งโดยปกติแล้วการจัดโครงสร้างองค์กรจะกำหนดบทบาทหน้าที่และความสัมพันธ์ระหว่างขั้นตอนหรือกิจกรรมไว้อยู่แล้ว
Business Process สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. Management processes เป็นกระบวนการในการกำกับดูแลการทำงานของระบบ โดยจะรวม Corporate Governance และ Strategic Management เอาไว้
2. Operational processes เป็นกระบวนการที่ประกอบขึ้นเป็นธุรกิจหลัก เช่น การจัดซื้อ การผลิต การโฆษณา การตลาดและงานขาย
3. Supporting processes เป็นการบวนการที่สนับสนุนกระบวนการหลักของธุรกิจ เช่น Accounting, Recruitment, Call center, Technical support
Workflow คือ
พื้นฐานเกี่ยวกับการจัดระเบียบของงาน และเป็นชุดของกิจกรรมที่ประสานงานระหว่างบุคคลหรือซอร์ฟแวร์ กระบวนการทำงานที่ดำเนินงานโดยอัตโนมัติ อาจจะเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งอาจจะใช้เป็นเอกสาร ข้อมูล หรืองานที่ทำโดยผู้ใดผู้หนึ่งไปยังอีกผู้หนึ่งตามกฏระเบียบของขั้นตอนที่กำหนดไว้
Process Definition คือ
เป็นการแสดงกระบวนการของธุรกิจ ในรูปแบบที่สนับสนุนการจัดการแบบอัตโนมัติ อย่างเช่นการสร้างแบบจำลองหรือกำหนดกฏเกณฑ์โดยระบบบริหารจัดการ workflow โดย process definition จะประกอบไปด้วยเครือข่ายของกิจกรรมและความสัมพันธ์ของกิจกรรม
BPM คือ
BPM หรือ Business Process Management คือ หลักการของการพัฒนา การดำเนินงาน การวัดประสิทธิภาพ และจำลองกระบวนการทางธุรกิจ (Business Processes) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง end-to-end ตั้งแต่ต้นกระบวนการถึงสิ้นสุดกระบวนการ รวมถึงวิธีการของการพัฒนากระบวนการ และเครื่องมือที่ใช้สำหรับพัฒนากระบวนการ เช่น การเก็บข้อมูลของกระบวนการทำงาน รวมทั้งการการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ และเครื่องมีอในการวิเคราะห์กระบวนการ(BPA-business process analysis) การสร้างแบบจำลอง และการวิเคราะห์ BPM suites(BPMS) สำหรับกระบวนการแบบอัตโนมัติ ฯลฯ
ผลประโยชน์ของการทำ Business Process Mananagement
- มีมาตรฐานของกระบวนการ/วิธีการ บอกว่ามีความต้องการทางธุรกิจอย่างไร (Business Requirement) และเมื่อต้องการพัฒนากระบวนการทำงานทางธุรกิจ จะสามารถนำระบบ IT พัฒนาซอฟต์แวร์หรือระบบให้สอดคล้องกับ Business Process นั้น
- ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (10-15%)
- เพิ่มคุณภาพ และลดการผิดพลาดของกระบวนการ (20-30%)
- ลดเวลาในการฝึกอบรม(ค่าใช้จ่าย) (10-30%)
- ลดจำนวนของการร้องขอการสนับสนุนการทำงานภายใน (15-30%)
- ลดจำนวนการร้องเรียนจากลูกค้า (20-30%)
Thursday, December 30, 2010
Smart TV คืออะไร
Monday, October 25, 2010
รวมวิธีแก้ปัญหา/tips Galaxy Tab
1.4 เปิดโปรแกรม Kies ขึ้นมาแล้วกดที่ปุ่มโปรแกรมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต(เป็นรูปโลก)
1.5 ตั้งค่าการเชื่อมต่อตาม SIM ที่ใช้อยู่เช่น AIS, DTAC, TRUE แล้วกดปุ่มเชื่อมต่อ
http://www.66.com/samsung
http://www.66.com/samsung/index.php?cid=TH&act=1
ขั้นตอนการติดตั้ง(จากเว็บ samsung บอก)
1. คลิกที่ลิงก์เพื่อเริ่มการดาวน์โหลด
2. บันทึก archive ลงไปในคอมพิวเตอร์ เเละเเยกข้อมูลที่อยู่ในarchive ออกไปใส่ในโฟลเดอร์ใหม่
3. ดึงการ์ดความจำออกจากเครื่องและใส่เข้าในตัว reader/writer
4. เชื่อมต่อการ์ดความจำ reader/writer เข้ากับพอร์ท USB ของเครื่อง computer
5. คัดลอกข้อมูลที่เเยกออกมาจากขั้นตอนที่สอง ( ไฟล์ชื่อ ROUTE66Maps5.apk เเละ โฟลเดอร์ชื่อ ROUTE66_V10) เข้าไปใส่ในการ์ดความจำ เเนะนำว่าควรฟอร์เเมตการ์ดความจำเเละเครื่องก่อนที่จะทำการคัดลอก หากไม่ต้องการฟอร์เเมตเครื่อง กรุณายกเลิกการติดตั้งไฟล์ ROUTE66Maps5.apk
อีก วิธีหนึ่งในการติดตั้งโปรแกรมลงในหน่วยความจำภายในของโทรศัพท์ คือให้เชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับเครื่อง PC ด้วยสายข้อมูล USB และสวิตช์โทรศัพท์ไปที่โหมด “หน่วยเก็บข้อมูล”
6. ดึงการ์ดความจำออกจากตัว reader/writer แล้วใส่คืนเข้าไปในโทรศัพท์
อีกวิธีหนึ่ง หากคัดลอกข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำภายในเครื่องเเล้ว ถอดการเชื่อมต่อของสายเคเบิ้ล USB
7. หลังจากที่ฟอร์เเมตการ์ดความจำเรียบร้อยเเละคัดลอกไฟล์ลงการ์ดความจำเเล้ว เปิดไฟล์ ROUTE66Maps5.apk เพื่อเริ่มการติดตั้งโปรเเกรม
8. ตั้งการเชื่อมต่ออินเตอร์เนต (3G หรือ WiFi) โดยใช้เมนูการตั้งค่าของเครื่อง
9. เปิดโปรเเกรม ROUTE 66 Maps 5 จากเมนู
10. หากการเชื่อมอินเตอร์เนตถูกต้อง โปรเเกรมจะขึ้นออนไลน์อัตโนมัติเมื่อเปิดใช้งาน
สุดท้ายฟังเพลง บังอาจรักเธอ จาก App Solo Lite กัน
Monday, August 30, 2010
Tuesday, August 10, 2010
YoY QoQ MoM คืออะไร
YoY หรือ Year-over-Year คือ ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา
QoQ หรือ Quarter-over-Quarter คือ ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา
MoM หรือ Month-over-Month คือ ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
การทำงานของ Facetime บน iPhone 4
รายละเอียดการทำงานของ Facetime แบบ Advance สามารถเข้าไปดูได้ตามลิงค์นี้ครับ
http://www.appleinsider.com/articles/10/06/08/inside_iphone_4_facetime_video_calling.html
http://www.appleinsider.com/articles/10/06/08/inside_iphone_4_facetime_video_calling.html&page=2
Saturday, August 7, 2010
วิธี Unlock iPhone 4 ให้โทรได้
การ unlock คือการทำให้โทรได้ ส่วนการ jailbreak คือการทำให้สามารถลงโปรแกรมได้
ซื้อ iPhone 4 มาแ้ล้วต้องการให้โทรได้ ทำแบบนี้ครับ
- ปิดการใช้งานเครือข่าย 3G แล้วให้ต่อเน็ตด้วย Wifi ให้ไปที่ Settings>General>Network และ ปิด Enable 3G ไปซะ
- อย่าลืม Jailbreak ก่อนเพื่อให้สามารถลงโปรแกรม Unltrasn0w ได้ โปรแกรมนี้จะทำหน้าที่ unlock การโทรให้กับเรา ซึ่งถ้า Jailbreak แล้วก็ผ่านไป(วิธี jailbreak ดูได้จาก link นี้ครับ)
- เข้าโปรแกรม cydia (อย่าืลืม update ทุกครั้ง)
- ไปที่เมนู Manage ด้านล่าง
- เข้าไปที่เมนู Sources

- เลือก Edit ทางด้านซ้ายบน
- กดปุ่ม Add ที่เดียวกับ Edit
- จากนั้นจะมีหน้าต่างให้ใส่ http://repo666.ultrasn0w.com/ เพื่อ Add Source เอาโปรแกรม Unlrasnow มา แล้วกด Add Source
- Cydia จะเพิ่ม source เข้าไปให้อัตโนมัติ หลังจากนั้นไปที่เมนู Search ด้านล่างแล้ว ค้นคำว่า Ultrasn0w ตรง sn0w ตัวโอเป็นเลขศูนย์นะครับ
- กดปุ่ม install ด้านบนขวา จากนั้นโปรแกรม Ultrasnow จะทำการ unlock ให้เองอัตโนมัติ
- เสร็จแล้วครับ สามารถใช้ iPhone ได้แล้ว หลังจากนั้น reboot iPhone ซักทีก็จบ
Thursday, July 1, 2010
วิธีแ้ก้ Failed to access IIS metabase
2. Deleted the ASPNET account from "Local Users and Group – Users".
3. Then registered ASP.NET 2.0 with IIS using "C:\WINDOWS\Microsoft.NET\Framework\v2.0.50727\aspnet_regiis –i".
4. Gave permissions to the ASPNET account using "C:\WINDOWS\Microsoft.NET\Framework\v2.0.50727\aspnet_regiis –ga machinename\ASPNET".
5. Reset the IIS and that resolved the issue for ASP.NET 2.0.
Tuesday, June 22, 2010
John Wooden พีระมิดแห่งความสำเร็จ

John Wooden เป็นโค้ชทีมบาสเกตบอลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา มีเทคนิคในการสอนลูกทีมให้ประสบความสำเร็จ สามารถนำทีมไปสู่ชัยชนะ โดยใช้หลักการ “พีระมิดแห่งความสำเร็จ” หรือ “The Pyramid of Success” ซึ่งลูกทีมทุกคนสามารถจดจำและนำไปใช้ได้ทั้งในสนามการแข่งขันและในการดำเนิน ชีวิต
หลักการของ Wooden มีรากฐานมาจาก "พีระมิดแห่งความสำเร็จ" ของเขา ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว เป็นสูตร 15 ขั้นสู่ชัยชนะ ซึ่งได้แก่ ความขยัน มิตรภาพ ความซื่อสัตย์ ความร่วมมือ ความกระตือรือร้น การควบคุมตนเอง การตื่นตัว การริเริ่ม การทำงานเป็นทีม ทักษะ สภาพเงื่อนไข ความสุขุม ความเชื่อมั่น และความอยากแข่งขัน และความเชื่อต่างๆ ที่ Wooden มีอยู่ มาจากหลากหลายแหล่ง ตั้งแต่ Benjamin Franklin แม่ชี Theresa จนถึงบิดาของเขาเอง Joshua Wooden
"จงมีชีวิตเหมือนกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ แต่จงเรียนรู้เหมือนกับว่า คุณจะมีชีวิตอยู่ไปตลอดกาล" คือแนวคิดที่ Wooden เห็นว่าเป็นหัวใจของผู้นำ กล่าวคือการเร่งแสวงหาความรู้โดยเร่งด่วน Wooden ให้ความสำคัญกับความไว้วางใจ เพราะหากปราศจากความไว้วางใจระหว่างทีมกับผู้นำ ก็ไม่ใช่ทีมที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการมารวมกันของคนแต่ละคน ซึ่งไม่อาจทำอะไรได้มากนัก Wooden เชื่อว่า ดาวเด่นของทีม ก็คือตัวทีมทั้งทีม หาใช่ใครคนใดคนหนึ่งในทีม ไม่ว่าคนคนนั้นจะอัจฉริยะเพียงใด
กฎแห่งการเรียนรู้ 4 ข้อของ Wooden คือ อธิบาย ทำให้ดู ให้ทำตาม และทำซ้ำๆ Wooden ชี้ว่า สิ่งใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคุณค่า ทัศนคติหรืออุดมการณ์ ที่คุณต้องการให้ทีมของคุณได้เรียนรู้ วิธีสอนที่ดีที่สุดก็คือ คุณต้องทำสิ่งนั้นด้วยตัวคุณเอง Wooden เน้นว่า จงอย่าบอกใคร ให้ทำอะไร อย่างไร แต่จงทำให้เขาดู และหากว่าจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น "จงเข้มงวดกับตัวคุณเอง ในการทำตัวเป็นตัวอย่างให้แก่ทีม ก่อนที่จะมีใครมาสอนคุณ"
ดังนั้น เราจึงสามารถนำหลัก ”พีระมิดแห่งความสำเร็จ” มาปรับใช้กับการทำงานก็จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน ซึ่งคุณลักษณะของคนที่จะประสบความสำเร็จของ John Wooden ที่แบ่งพีระมิด ออกเป็น 5 ชั้น ซึ่งประกอบด้วย
ขั้นที่ 1
1. มีความขยัน
2. สร้างสัมพันธภาพ
3. มีความจงรักภักดี
4. ให้ความร่วมมือ
5. มีความกระตือรือร้น
ขั้นที่ 2
6. มีความสามารถในการควบคุมตนเอง (มีวินัย)
7. มีความตื่นตัว (มีความกระปรี้กระเปร่า)
8. มีความคิดริเริ่ม (คิดปรับปรุงเปลี่ยนแปลง)
9. มีความมุ่งมั่นตั้งใจ (แน่วแน่, มั่นคง)
ขั้นที่ 3
10. มีทักษะความสามารถ หมายถึง ทักษะความสามารถในสิ่งที่จะทำงาน
11. มี Team Spirit หรือ มีจิตวิญญาณในการทำงานเป็นทีม
12. มีความสามารถในการปรับสภาพเงื่อนไขให้เข้ากับสิ่งที่จะทำ (Condition) /มีความสามารถเตรียมสภาพให้พร้อมกับสิ่งที่จะทำ
ขั้นที่ 4
13. มีบุคลิกภาพที่ดี ทั้งท่าทาง, ท่าทีและกริยา
14. มีความมั่นใจ
ขั้นที่ 5
15. มีน้ำใจเป็นนักกีฬา/ มุ่งเน้นสู่ชัยชนะ
อาจกล่าวได้ว่า “พีระมิดแห่งความสำเร็จ” เป็น Job Requirement ที่องค์กรพึงประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีอยู่ในตัวตนผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ ก็เกิดกับบุคคลและส่งผลกับองค์กร ความสำเร็จ: ที่ถูกต้อง คือ เอาชนะตนเองเพื่อสู่ความเป็นเลิศ
John Woodden ในฐานะโค้ชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี ได้ให้คำแนะนำแนวทางสู่ความสำเร็จของการทำงานเป็นทีมไว้ว่า ธุรกิจก็คล้ายกีฬาเป็นเรื่องของการแข่งขัน การทำงานเป็นทีม ที่ทุกคนในทีมถูกร้อยรัดไว้ด้วยการมีเป้าหมายร่วมกัน มีกฎกติกาในการเล่นให้ถูกต้องเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ และคุณต้องเล่นเพื่อชนะเท่านั้น แต่สิ่งที่อาจจะสำคัญที่สุดคือ หากไม่มีโค้ชผู้สามารถ ผู้ซึ่งเชื่อในคุณและรู้วิธีสร้างทีม ทุกสิ่งทุกอย่างก็อาจพังครืนลงมาได้
"สิ่งที่ผมสอนเกี่ยวกับการสร้างทีม ไม่ได้มีอะไรแปลกพิสดารเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ต้องการพรสวรรค์พิเศษ เอกสิทธิ์ หรืออำนาจ..." John Wooden กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ The Essential Wooden : A Lifetime of Lessons on Leaders and Leadership เขาคือโค้ชเกียรติยศของ UCLA ผู้ชนะแชมป์ระดับชาติ 10 ครั้งใน 12 ปี ได้รับยกย่องจาก ESPN ให้เป็น "โค้ชแห่งศตวรรษ" และเป็นนักบาสเกตบอลเพียงคนเดียวที่ได้รับการจารึกชื่อในหอเกียรติยศ บาสเกตบอล ทั้งในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมและโค้ชยอดเยี่ยม "...หากแต่ต้องการเพียงความเอาจริงเอาจังในหลักการและแนวคิดบางประการเท่า นั้น" Wooden กล่าว
กระหายชัยชนะ
Wooden รักษาความอยากที่จะแข่งขัน ด้วยการกระตุ้นให้ทีมกระหายในชัยชนะอยู่ตลอดเวลา เขาเห็นว่า แม้ความสามารถโดยธรรมชาติจะสำคัญ แต่คุณสมบัติอย่างการมีทัศนคติที่ถูกต้อง ความเร็ว ความตรงต่อเวลา ความแข็งกร้าว และการรู้จักเล่นเป็นทีม ก็สำคัญในการมองหาคนที่จะมาเป็นสมาชิกในทีม Wooden ยังเตือนว่า คนที่ฉลาดมากเท่าใด ยิ่งยากที่จะสอนให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมมากเท่านั้น Wooden เห็นว่า จะต้องทำให้ทีมรู้สึกหิวกระหายอยู่ตลอดเวลา เพราะหากคุณยินดีปรีดาเมื่อบรรลุเป้าหมาย คุณจะสูญเสียความอยากที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เพราะคุณจะเชื่อว่า ความสำเร็จในอดีตจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยที่ไม่ต้องพยายามให้มากขึ้น และคุณจะหยุดฟังและหยุดเรียนรู้
Wooden ชี้ด้วยว่า ผู้นำของทีมจะต้องยอมรับความผิดเมื่อทีมพลาด ต้องให้ความสำคัญกับทีมเป็นอันดับแรก มองตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของทีม ไม่ใช่เหนือกว่าทีม อย่าอาฆาตแค้นศัตรู และจงฟังให้บ่อยเท่ากับพูด
อ้างอิง
ชุษณา ทองประทุม. แผ่นพับ: พีระมิดแห่งความสำเร็จ. กรุงเทพฯ: ส่วนบริหารงานบุคคล สำนักบริหารงานกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน, 2551
Wednesday, October 28, 2009
คำศัพท์นักข่าว
- Master of Ceremony(MC) พิธีกรพิเศษ หรือ พิธีกรผู้คอยประกาศ หรือ นำ พิธีการต่าง ๆ เช่น พิธีการเปิดตัวสินค้าใหม่ จะมี พิธีกร คอยกล่าวต้อนรับ และเชิญแขกขึ้นมาดำเนินการตามกำหนดการ
- Host / Hostess พิธีกร เช่น คุณเศรษฐา ในรายการ Academy Fantasia
- News Correspondent ผู้สื่อข่าวพิเศษเฉพาะกิจ เช่น รายงานข่าวกีฬาโอลิมปิกจากต่างประเทศ ซึ่งก็จะมีการทำ research ข้อมูลในเชิงลึกมาเสริมข้อเท็จจริง คือจะมีการเรียบเรียงข่าวมาด้วย นอกจากเป็นผู้การรายงานข่าวอย่างเดียว
- News Reporter ผู้สื่อข่าวทั่วไป รายงานข่าวทั่วไป
- News Presenter, Newsreader, Newscaster ผู้อ่านข่าว อ่านรายงานข่าวที่นักข่าวหรือผู้สื่อข่าวส่งมา
- Anchorman / Anchorwoman ผู้อ่านข่าวตัวหลัก อย่างเช่น คุณสรยุทธ์ ในเรื่องเล่าเช้านี้
- Weather Forcaster ผู้รายงานข่าวพยากรณ์อากาศ
- Commentator ผู้พากย์ / บรรยาย การแข่งขันกีฬา หรือเหตุการณ์พิเศษต่างๆ
Wednesday, October 21, 2009
Hybrid Broadcast Broadband TV
- Hybrid user terminal ปัจจุบันถูกใช้ในรูปแบบบริการ Internet TV เช่น Net TV, VieraCast, Internet@TV, ฯลฯ
Hybrid services เป็นการรวม Mainstream Broadcast Channel ( ทีวี หรือ วิทยุ ) หรือ บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Broadcast ส่งผ่านเครือข่าย Broadband
- ตัวอย่าง คือ On-demand, Teletext, ข่าวท้องถิ่น, รายงานสภาพอากาศ, ตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ โปรแกรมเหล่านี้ สามารถส่งผ่านช่องทาง Broadcast และ / หรือ ช่องทาง Broadband
Hybrid content หมายถึงโปรแกรมรายการที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ที่รับจาก broadcast channel และ broadband (internet)
- ส่วนประกอบต่างๆของ Broadband อาจมีช่วงเวลาเดียวกับ Mainstream Broadcast Programme หรือไม่ก็ได้
บริการต่างๆ บน HbbTV จะมีภาพและเสียง(A/V) จากการแพร่ภาพในระบบ Digital ส่วนเครื่องรับจะเป็น TV ที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ หรือ TV ที่เชื่อมต่อกับ Set-top box ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอีกต่อหนึ่ง โดยผู้ใช้งานสามารถควบคุมหรือดูเนื้อหาต่างๆ ได้โดยรีโมตเพียงตัวเดียว หรือถ้าเป็น TV จอ Touch Screen ก็สามารถใช้นิ้วสัมผัสไปที่จอภาพได้เลย หรือต่อไปในอนาคตอาจใช้การควบคุมแบบเดียวกับเครื่องเล่นเกม Nintendo Wii (Motion Control) ก็เป็นไปได้
แนวทางการพัฒนานี้ดูเหมือนมาจาก IPTV และ WebTV ที่ได้รับความนิยมในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง HbbTV จะมีการ Interactive กับผู้ชมมากยิ่งขึ้น บริการต่างๆ ที่เป็นไปได้ เช่น Social TV , Shopping, Video on Demand, TV Widgets,
Ref :
HbbTV.org
en.wikipedia.org
Thursday, October 15, 2009
วิธีทำลายแผ่น CD
วิธีที่ 1 เอาเข้าไมโครเวฟ ตั้งเวลาประมาณ 5 วินาที
วิธีที่ 2 วางรวมกันในถังแล้วราดน้ำเดือดลงไป
วิธีที่ 3 มัดรวมกันเป็นตั้งแล้วเอาเลื่อยไฟฟ้าตัดกลาง
วิธีที่ 4 วางเป็นทางยาว แล้วเอารถวิ่งทับ
วิธีที่ 5 แช่น้ำไว้ สักสามชั่วโมง ตัวที่สกรีนบนแผ่นมันจะร่อนออกมา
วิธีที่ 6 ใช้น้ำมันพืชแผ่นที่เคลือบก็จะพองออก
วิธีที่ 7 เอามีดกรีดด้านบนแผ่น บริเวณศูนย์กลาง ยาว 1 เซ็น
วิธีที่ 8 ใช้กรรไกรอันใหญ่ตัด
*DVD บางแผ่นจะมีสารเคลือบไว้ด้านบนแผ่นทำให้บางวิธีจะใช้ไม่ได้นะ เช่น แช่น้ำ
Tuesday, September 15, 2009
TransferJet
TransferJet คือเทคโนโลยีการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์แบบไร้สายความเร็วสูง เทคโนโลยีนี้พัฒนาโดยบริษัท Sony สามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 375 Mbps ในระยะห่างไม่เกินประมาณ 3 เซนติเมตร โดยส่งสัญญาณในย่านความถี่ 4.5 GHz(4.48 GHz) ใช้ bandwidth 560MHz







